เส้นทางจาริกแสวงบุญบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในเมืองออนเซ็นอายุกว่า 1,400 ปีของญี่ปุ่น (2)

ส่วนการเดินลงบันไดแต่ละขั้นต้องเดินอย่างระมัดระวัง ทุกขั้นตอนต้องมีสติ เพราะหิมะที่ตกลงมาเมื่อเช้านี้เริ่มละลายและกลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง มันกลายเป็นชั้นน้ำแข็งบางๆ ที่ลื่นบนขั้นบันได ฉันคิดว่าถ้าคุณต้องการนั่งสมาธิที่นี่ไม่มีฤดูใดดีไปกว่าฤดูหนาว เพราะถ้าไม่เน้นเดินก็ลื่นล้มตลอดทางแน่นอน

เดินลงบันไดมาได้ซักพักก็เจอศาลเจ้าเล็กๆ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าสามารถป้องกันวิญญาณร้ายที่ซ่อนอยู่ในป่าได้ ด้านหลังศาลเจ้านี้มีน้ำตกที่ผู้แสวงบุญดื่ม บรรยากาศที่นี่สวยงามสงบร่มรื่น ถ้าไม่อย่างนั้น อากาศจะเย็นลงเรื่อยๆ เพราะแสงแดดเริ่มจางลง

ลึกลงไปอีกหน่อย ไกด์ของเราก็เรียกให้เราหยุดดูต้นสนยักษ์ที่ยืนแสวงบุญมาหลายร้อยปีขึ้นไปบนยอดเขา จนคนตั้งชื่อว่า ‘ต้นสนปู่’ ตามความเก่า ก่อนหน้านี้มีอีกต้นหนึ่งที่เก่าแก่พอๆ กันเรียกว่า ‘ต้นสนยาย’ แต่ก็ยืนต้นตายไม่นาน ปู่ก็อยู่คนเดียวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (อ้าว..ดราม่าทำไม?)

หลังจากบอกลาคุณปู่แล้ว ข้าพเจ้าเดินต่อไปอีกหน่อยก็พบเจดีย์ห้าชั้น จุดหมายปลายทางของเส้นทางแสวงบุญในปัจจุบัน มีเจดีย์ไม้ขนาดใหญ่ประดับประดาอย่างสวยงาม ซึ่งในสมัยก่อนเคยใช้เป็นที่พักของผู้แสวงบุญ

นอกจากความสวยงามแล้วในฝีมือช่างถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมันรวมเข้าด้วยกันไม่มีตะปูตัวเดียว สวยและยิ่งใหญ่จนเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าคิดในใจว่าถ้ามีโอกาสได้พักในเจดีย์ที่ดูขลังมาก คงจะเป็นบุญและได้ไปเดินธุดงค์ด้วย

ยืนชมความงามของเจดีย์กันยาวๆ ก่อนกลับ เราเดินกลับทางเดิม และยืนเข้าแถวเพื่อโค้งคำนับอีกครั้งที่ประตู โทริอิ เพื่อขอบคุณป่าและเทพเจ้าที่คอยคุ้มครองพวกเราให้ปลอดภัย …เป็นการทักทายที่ดีจริงๆ

ออนเซ็นกลางแจ้ง

หลังจากเสร็จสิ้นการจาริกแสวงบุญ เราก็กลับไปที่ฮิจิโอริออนเซ็น หิมะหยุดตกแล้ว อุ่นขึ้นเล็กน้อย ในช่วงเวลาที่อาหารแบบนี้ยังมาไม่ถึง จะดีกว่าถ้าเดินไปรอบ ๆ เมืองหลังเช้า

แผนที่ในมือถือบอกว่ามีอ่างเก็บน้ำอยู่ใกล้ๆ เลยตั้งใจว่าจะไปเดินเล่นในเมือง ไปต่อที่อ่างเก็บน้ำ แล้วกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง

หลังจากสำรวจเมืองแล้ว ระหว่างทางไปอ่างเก็บน้ำ แผงขายของริมถนนก็ปิดประตูอย่างเงียบ ๆ เนื่องจากพายุหิมะครั้งก่อน เมืองที่เงียบสงบแล้วกลายเป็นเมืองที่สงบสุข ผสมผสานกับหิมะเป็นชั้นๆ ในทุกๆ ที่ที่ทำให้คุณรู้สึกดี เมืองนี้ยังให้บรรยากาศที่แปลกตา ขึ้นมาแบบนั้น

เส้นทางที่ฉันเดินกลายเป็นกำแพงหิมะ ทอดยาวไปจนถึงอ่างเก็บน้ำ …และเนื่องจากพายุหิมะ เจ้าหน้าที่จึงล็อกทางเข้าอ่างเก็บน้ำเพื่อความปลอดภัย เลยทำได้แค่เดินชมวิวยามเย็นของฮิจิโอริออนเซ็นและด้านนอกอ่างเก็บน้ำเท่านั้น

แต่พายุหิมะไม่ได้แค่ทำให้หายใจไม่ออก เพราะพอกลับมาถึงโรงแรมก็เจอจุดพิเศษอีกอย่างของโรงแรมแห่งนี้ นั่นคือประตูลับเล็กๆ ที่เปิดสู่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง

หลังจากทานอาหารเสร็จ ผมก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ และอย่าลืมหยิบสาเกยามากาตะมาด้วย ออกไปแช่ออนเซ็นท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหิมะ ทันทีที่เราลงแช่บ่อน้ำพุร้อน ก็อบอุ่นและสบายตัว ใครจะคิดว่าเราจะได้อาบน้ำอุ่นสบายแบบนี้? ถึงแม้ข้างนอกจะหนาว แต่ก็มีหิมะอยู่ทั่ว

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบแช่ออนเซ็น

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าหิมะมีความหมายต่อผู้คนในเมืองนี้มากแค่ไหน ฉันเข้าใจดีว่าข้าวที่ปลูกด้วยน้ำจากหิมะนั้นอร่อยและทำสาเกได้ดีเยี่ยม และฉันเข้าใจว่าทำไมเราควรไปที่เมืองยามากาตะที่มีหิมะปกคลุม

 

ติดตามบทความ / ข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ : new-scarlet.com